วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คำขอขมาพระรัตนตรัย

คำขอขมาพระรัตนตรัย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า 3 จบ)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ
หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี
ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ .
**********

คำบูชาพระรัตนตรัย

คำบูชาพระรัตนตรัย
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ
ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณา การะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ



อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปฏิปันโน ภะคะวะโน สาวะกะสังโฆ
สังฆัง นะมามิ (กราบ)
*********

คำสมาทานพระกรรมฐาน


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ว่า ๓ จบ )

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจัจชามิ


         ข้าแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอมอบกาย ถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


          ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย สืบ ๆ กันมา มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐาน ทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขอพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ จงมาบังเกิดปรากฏ ในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด


           ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะแห่งเมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวะการณ์ต่าง ๆ ทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิต ที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้ว ขอให้เห็นภาพนั้น ได้ชัดเจนแจ่มใส และพยากรณ์ได้ ตามความเป็นจริงทุกประการ เหตุใดที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น ได้โดยมิต้องกำหนดจิต แม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด.



***********

คำอุทิศส่วนกุศล


คำอุทิศส่วนกุศล

            อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้บำเพ็ญแล้ว โอกาสนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่วันนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

           และข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลายที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้า ในครั้งนี้ด้วยเถิด

           และขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

           ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้บำเพ็ญแล้ว โอกาสนี้ ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ในชาติปัจจุบันนี้เทอญ..

************

หน้าที่ปฏิบัติประจำวันทุกๆวัน







  ท่านอาจารย์ยกทรง(วีระ งามขำ)
หน้าที่ประจำทุกๆวัน
1. ตื่นนอน  วันนี้ลูกจะทำดีให้มากที่สุด ตายเมื่อไรขอไปพระนิพพานชาตินี้
2. รักษาศีล  ๕ หรือ ๘ หรือกรรมบถ ๑๐ อย่างน้อยวันละ ๑๐ นาที หลังจากตื่นนอน
(คือ ขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า ได้โปรดสงเคราะห์ให้ลูกรักษาศีล ๕ ให้ครบภายใน ๑๐ นาทีนี้ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า)
3. ทำบุญ  ครั้งละ ๑ บาท ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) แล้วกล่าวว่าขอถวายเป็นสังฆะทาน ขอนิพพานชาตินี้ ขอให้ลูกคล่องตัวทุกประการเทอญ
(เงินจำนวนนี้จะไปถวายที่วัดใดก็ได้ ขอให้แจ้งพระผู้รับว่าถวายเป็นสังฆะทาน)
4. ภาวนา  พุท-โธ หรือ นะมะ-พะธะ หรือ นิพพาน-นิพพาน
5. อาราธนาพระพุทธเจ้า  ขออาราธนาพระพุทธเจ้า ประทับบนศีรษะของลูก ตลอดทั้งวันด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า
6. ขอขมาโทษ ข้าพระพุทธเจ้า ขอกราบขมาโทษต่อพระรัตนตรัย ขอได้โปรดยกโทษให้กับข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดนี้เถิด
7. กราบหมอน พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา ปลอดภัยทุกเวลาด้วย นะโมพุทธายะ
8. พิจารณาร่างกาย เหม็นเน่า น่าเกียจ คน สัตว์ วัตถุธาตุทั้งหลาย พังสลายทั้งหมด หากตายตอนนี้ขอไปนิพพานเลย
9.นอนภาวนา ถนัดบทไหนให้ขึ้นบทนั้นก่อน เช่น ภาวนา พุท-โธ แล้วต่อด้วยคาถาเงินล้าน
สัมปะจิตฉามิ
นาสังสิโม
พรหมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายักติ
พรหมา จะ มะหาเทวา อะภิลาภา ภะวันตุ เม
มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุ เม
มิเตพาหุหะติ
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ
วิระทะโย วิระโคนายัง
วิระหิงสา วิระทาสี
วิระทาสา วิระอิตถิโย
พุทธัสสะ มานีมามะ
พุทธัสสะ สวาโหม
สัมปะติจฉามิ
เพ็ง เพ็ง พาพา หาหา ฤาฤา
10. กลางคืน ตื่นนอนตอนไหน ให้ภาวนาตามใจชอบทันที ภาวนาจนหลับต่อไป อย่างนี้จะมีผลมากนักแล
--------------------------------
ของดีหลวงพ่อฤาษี (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง
1. บอกพระคำข้าว คือ ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
หลวงพ่อพระคำข้าวมหาลาภ ขอได้โปรดสงเคราะห์ลูกเรื่อง.....................................ด้วยเถิดเจ้าข้า
2. สังฆะทาน ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
แล้วกล่าวว่า ขอถวายเป็นสังฆะทาน ขอนิพพานชาตินี้ ขอให้ลูกคล่องตัวทุกประการเทอญ
3. คาถาเงินล้าน ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
สัมปะจิตฉามิ
นาสังสิโม
พรหมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายักติ
พรหมา จะ มะหาเทวา อะภิลาภา ภะวันตุ เม
มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุ เม
มิเตพาหุหะติ
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ
วิระทะโย วิระโคนายัง
วิระหิงสา วิระทาสี
วิระทาสา วิระอิตถิโย
พุทธัสสะ มานีมามะ
พุทธัสสะ สวาโหม
สัมปะติจฉามิ
เพ็ง เพ็ง พาพา หาหา ฤาฤา
--------------------------------
วิธีบนหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
มีดอกไม้ธูปเทียน หรือ จุดธูป ๕ ดอก แล้วประณมมือด้วยความตั้งใจว่า ลูกขอบนหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง ว่า หากไม่เกินวิสัย ขอได้โปรดสงเคราะห์ลูกเรื่อง........................เมื่อสำเร็จเรียบร้อยแล้วลูกจะถวายสังฆทาน ชุดละ...........บาท  จำนวน...............ชุด อุทิศส่วนกุศลถวายให้ ณ. ภายหลัง
(รักษาศีล ๘ สามวัน และนั่งกรรมฐานด้วยยิ่งดีเยี่ยม)
--------------------------------
นิพพานชาตินี้
1. ทำบุญ ทำทาน ทำดี ทุกๆอย่าง แล้วอธิฐานว่า ขอนิพพานชาตินี้
2. ภาวนา หายใจเข้า นิพพาน หายใจออก นิพพาน
3. อาราธนา พระพุทธเจ้า ประทับบนศีรษะตลอดทั้งวัน
4. รักษาศีล ๕ หรือ ๘ หรือกรรมบถ อย่างน้อยวันละ ๑๐ นาที (ขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า ได้โปรดสงเคราะห์ให้ลูกรักษาศีล ๕ ให้ครบภายใน ๑๐ นาทีนี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า)
--------------------------------
วิธีเปิดร้านค้าขาย
ใช้เทปสมาทานพระกรรมฐาน  ลูกขอกราบอาราธนาบารมีหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงได้โปรดสงเคราะห์ให้ลูกมีความสำเร็จสมบูรณ์ทุกๆประการเทอญ พอได้ยินเสียงเทปดังขึ้น ให้อธิษฐานขอตามชอบใจ แล้วพรมน้ำมนต์จากหลังร้านไปหน้าร้าน แล้วอุทิศผลบุญ ให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอจงโปรดรับและโมทนา และโปรดสงเคราะห์การค้าให้ซื้อง่ายขายคล่อง เงินทองเหลือใช้ ปลอดภัยทุกๆประการ และเปิดเทปคาถาเงินล้านต่อไป.
--------------------------------
วิธีลาพระพุทธภูมิ
1. ต้องมีดอกไม้ธูป-เทียน และพานรอง
2. ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ลูกขอกราบขมาโทษต่อพระรัตนตรัย ขอได้โปรดยกโทษให้กับลูก ณ. กาละบัดเดี๋ยวนี้เถิด
แม้ครั้งที่ ๒ ลูกขอกราบขมาโทษต่อพระรัตนตรัย ขอได้โปรดยกโทษให้กับลูก ณ. กาละบัดเดี๋ยวนี้เถิด
แม้ครั้งที่ ๓ ลูกขอกราบขมาโทษต่อพระรัตนตรัย ขอได้โปรดยกโทษให้กับลูก ณ. กาละบัดเดี๋ยวนี้เถิด
3. ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
ลูกขอกราบลาจากพระพุทธภูมิ เพื่อเป็นพระอรหันตะสาวกในชาตินี้
แม้ครั้งที่ ๒ ลูกขอกราบลาจากพระพุทธภูมิ เพื่อเป็นพระอรหันตะสาวกในชาตินี้
แม้ครั้งที่ ๓ ลูกขอกราบลาจากพระพุทธภูมิ เพื่อเป็นพระอรหันตะสาวกในชาตินี้
--------------------------------
ขออาราธนา บารมีพระรัตนตรัย พรหมเทพเทวาทั้งหลายมีหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงเป็นที่สุด ขอให้ รวย รวย รวย โดยฉับพลันและนิพพานชาตินี้โดยทั่วหน้ากันทุกๆท่านเทอญ
อภินันทนาการจาก
ท่านอาจารย์(ลุง) ยกทรง(วีระ งามขำ)
วัดท่าซุง
60/3 หมู่ 1 ต.น้ำซึม
อ.เมือง จ.อุทัยธานี
61000
ของขวัญ
จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด   เคราะห์กรรมจะเบาไปเอง
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2549

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ถวายพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร

                     คณะฯ.เดินทางไปปฎิบัติธรรม ณ.วัดบรมธาตุแก่งสร้อย พร้อมถวายพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร ยืน ๑ คู่ และนั่ง ๑ คู่ เมื่อวันที่ ๑๓ - ๑๗ เมษายน ๒๕๕๔
กราบขอขมาและขอพรจากสรีระ หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา


ลงเรือที่ท่าน้ำบ้านก้อ





พระครูบาสง่า เป็นตัวแทนสงฆ์รับสังฆทาน




วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บารมี ๑๐


บารมี ๑๐
               ทาน ศีล เนกขัมมะ สัจจะ วิริยะ ปัญญา ขันติ เมตตา อธิษฐาน อุเบกขาทั้ง ๑๐ อย่างนี้ เป็นบารมี ๑๐ อย่าง บารมี แปลว่า ทำให้เต็มไม่บกพร่อง ท่านที่หวังมรรคผลต้องบำรุงบารมีให้ ครบถ้วนจนเป็นกิจประจำใจ ไม่ละเลยเหินห่างและบกพร่อง ต้องคิดต้องตรอง ประคับประคองไว้ เป็นปกติ ดังจะอธิบายไว้พอเข้าใจ
           ๑. ทาน ทานแปลว่า การให้ นักปฏิบัติต้องมีจิตใจจดจ่อเพื่อการให้ด้วยจิตใจที่หวังการ สงเคราะห์อยู่เป็นปกติ คิดไว้เสมอด้วยจิตที่ภาคภูมิว่า ถ้าการให้ด้วยการสงเคราะห์มีแก่เราเมื่อใด เมื่อนั้นความสบายสุขสันต์จะมีแก่เราอย่างหาสุขอื่นเปรียบมิได้ ในขณะใดท่านมีคนต้องการความ สงเคราะห์ แต่เรางดเว้นการให้เสีย จะถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะคิดว่าเราพ่ายแพ้ต่อความ ตระหนี่ อันเป็นกิเลสตัวสำคัญที่เข้ามาเหนี่ยวรั้งใจ การให้นี้ต้องไม่พิจารณาบุคคลถึงสุขภาพและฐานะ ถือเอาเพียงว่าเขาต้องการความช่วยเหลือเราก็ช่วยตามต้องการ เพื่อเป็นการผ่อนคลายความทุกข์ ความขัดข้องของเขา และไม่หวังการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

          ๒. ศีล ศีล แปลว่า ปกติ การรักษาอาการตามความพอใจของปกติชน ที่มีความปรารถนาอยู่เป็นสุข ไม่อยากให้ใครฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องการให้ใครมายื้อแย่งทรัพย์สิน ไม่ต้องการให้ใครมาละเมิดความรัก ไม่ต้องการฟังคำพูดที่ไร้ความจริง และไม่ต้องการความคลั่งไคล้ด้วยการย้อมใจด้วยสุราเมรัย ที่ทำให้สติสัมปชัญญะฟั่นเฟือน เมื่อปกติของใจคนและสัตว์เป็นอย่างนี้ เราก็ไม่ทำลายปกติของความปรารถนาความพอใจของชาวโลก โดยไม่ละเมิดในสิ่งที่ปกติของจิตใจต้องการ ฉะนั้นศีลท่านจึงแปลว่า ปกติ คือรักษาอารมณ์ปกติของจิตใจของคนและสัตว์ ไม่ต้องการให้ได้รับความเดือดร้อน การรักษาศีลก็ต้องรักษาให้เข้าถึงใจ ไม่ใช่รักษาแต่เปลือกศีล การรักษาศีลต้องรักษาอย่างนี้ ไม่ละเมิดบทบัญญัติของศีล คือทำให้ศีลขาด ศีลด่าง ศีลพร้อย และศีลทะลุด้วยตนเอง ไม่แนะนำให้คนอื่นทำ และไม่ยินดีต่อเมื่อผู้อื่นทำแล้ว ต้องรักษาระดับนี้จึงจะเป็นศีลเพื่อมรรคผล
          ๓. สัจจะ สัจจะ แปลว่า ความตั้งใจจริง เราจะไม่ยอมเลิกละความตั้งใจเดิม แม้แต่จะต้อง ตายก็ตาม

          ๔. วิริยะ วิริยะ แปลว่า ความเพียร ความเพียรนี้ต้องมีประจำใจจริงๆ วิริยบารมีเป็นเครื่อง ควบคุมใจในเวลาที่จิตใจเกิดความท้อถอย ต้องตัดสินใจบากบั่นไม่พรั่นพรึงต่ออุปสรรคใด ๆ แม้จะต้องสิ้นลมปราณก็ตามที ในเมื่อเรานี้เป็นนักเสียสละ แม้แต่ชีวิตจะสูญสิ้นไป เลือดเนื้อจะเหือดแห้งไปก็ตามที ถ้ามรรคผลนิพพานที่เราปรารถนานี้ยังไม่ปรากฏเพียงใด เราจะไม่ละความพยายามประพฤติปฏิบัติไปโดยไม่คำนึงถึงอุปสรรค
          ๕. เนกขัมมะ เนกขัมมะ แปลว่าการถือบวช หมายถึงการอดในกามารมณ์ อย่างที่ท่าน ทรงพรหมจรรย์ โดยตัดใจไม่ใยดีในอารมณ์ยั่วเย้าด้วยอำนาจกามฉันทะ คือความพอใจในกามารมณ์ คือไม่นิยมรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสเลิศ สัมผัสที่นิ่มนวลและการฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรี ด้วยเห็นว่าเป็นภัยใหญ่ของการปฏิบัติเพื่อมรรคผล โดยพิจารณาให้เห็นความเป็นทุกข์ของการที่มี ความประสงค์อย่างนั้น ตัวอย่างของคนคู่มีความทุกข์ มีเป็นตัวอย่างดื่น ควรพิจารณาค้นคว้าให้เห็นด้วยตนเอง ถ้าทำตลอดกาลไม่ได้ก็ให้ปฏิบัติตัดกามารมณ์เป็นครั้งเป็นคราว จิตจะค่อยๆ ชินไปจนตัดใจได้เป็นปกติ
           ๖. ปัญญา ปัญญาแปลว่า ความรู้ ที่เกิดขึ้นจากการพินิจพิจารณา แปลว่า ความเฉลียว ฉลาดก็ได้ ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นโทษของ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บไข้ ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าเป็นทุกข์ จนเกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่ายต่อการเกิดในชาติภพต่อไป จนกระทั่งได้สังขารุเปกขาญาณ คือไม่มีความหวั่นไหวในเมื่อความทุกข์ใด ๆ เกิดขึ้นแก่สังขาร
          ๗. ขันติ ขันติแปลว่าความอดทนหรืออดกลั้น ต่ออารมณ์ที่เข้ามายั่วยวนให้เกิดความรัก ความโกรธ ความหลง มีความอดกลั้น อดทนเป็นพิเศษ ไม่ยอมให้อารมณ์ฝ่ายชั่วเข้ามาล้างอารมณ์ วิปัสสนาญาณได้
          ๘. เมตตา เมตตา แปลว่าความรักที่ปราศจากความใคร่ด้วยอำนาจกิเลส หมายถึง รักด้วยความปราณี ไม่มีอารมณ์ในส่วนของกิเลสเจือปน ทำจิตของตนให้มีความรักอย่างกว้างขวาง แม้แต่คนที่เคยประกาศตนเป็นศัตรูมาในกาลก่อน ถ้าเห็นหน้าเข้าเราก็มีจิตใจแช่มชื่นไม่ลำบาก ไม่มี การอาฆาตจองล้างจองผลาญ แต่กลับมีความเมตตาปราณีสงสารหวังสงเคราะห์ให้มีความสุขตาม สมควรแก่อัตภาพ
          ๙. อธิษฐาน อธิษฐานแปลว่า ความตั้งใจมั่น คือเมื่อตั้งใจไว้แล้วเพียงใด จะไม่ยอมแก้ไข เปลี่ยนแปลงไปจากความตั้งใจเดิมเป็นอันขาด ทั้งนี้หมายถึงตั้งใจไว้ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าตั้งใจไว้เดิม ผิดพลาด เมื่อพิจารณาทราบแล้ว แก้ไขให้ถูกต้องได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ตรงตามแนวปฏิบัติเพื่อมรรคผลไม่เสียอธิษฐาน ถ้าผิดแล้วขืนดันทุรังไม่ยอมแก้ไข กลายเป็นมานกิเลส เสียหายใหญ่
          ๑๐. อุเบกขา อุเบกขาแปลว่า ความวางเฉย หมายถึงเฉยต่ออารมณ์ที่เป็นทุกข์และเป็นสุข อันเป็นวิสัยของโลกีย์ คือ ไม่ยอมยินดียินร้ายต่ออารมณ์ของโลกวิสัย ทำจิตใจให้ว่างต่ออารมณ์ที่เป็นสุขและทุกข์อันเป็นโลกีย์วิสัยเสีย
          บารมีทั้ง ๑๐ อย่างนี้ นักวิปัสสนาญาณต้องมีครบถ้วน แล้วต้องปฏิบัติได้เป็นปกติไม่ใช่ ท่องจำได้ การปฏิบัติได้ก็ต้องเป็นไปตามความพอใจเป็นปกติ ไม่ใช่ฝืนใจ ถ้าบังคับใจ ฝืนใจอยู่ ก็เห็นจะยังนานหน่อยที่จะเข้าถึงมรรคผล ถ้าท่านเห็นว่า การประพฤติตามในบารมี ๑๐ นี้ เป็นปกติธรรมดาไม่มีอะไรหนักใจแล้ว ท่านก็เป็นคนที่ใกล้ต่อมรรคผลผู้หนึ่งเช่นเดียวกับท่านที่ได้บรรลุมรรคผลมาแล้วนั่นเอง